ทำไม Social Media จึงมีบทบาทสำคัญต่อวงการช้อปปิ้งออนไลน์ คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดช้อปออนไลน์ปีนี้  จะมีมูลค่า 220,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 4-5% ของค้าปลีกทั้งประเทศ ส่วนปีที่ผ่านมามูลค่า 163,300 ล้านบาท สัดส่วน 3% ของค้าปลีกทั้งหมด ในมูลค่าตลาดช้อปออนไลน์ในประเทศไทย ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของไพรซ์ซ่า พบว่ามีมากถึง 38% หรือมูลค่า 62,054 ล้านบาทที่เกิดการโซเชียลคอมเมิร์ซ มูลค่าตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซถือเป็นมูลค่าอันดับ 2 รองจาก อีมาร์เก็ตเพลส ที่มีมูลค่า 76,751 ล้านบาท

 

 

 

 

จากจำนวนเงินที่เรากล่าวมา ทำให้เห็นว่าช่องทางโซเชียลคอมเมิร์ซเป็นช่องทางหนึ่งที่ทรงอิทธิพลที่สร้างรายได้ที่น่าสนใจ จนกลายเป็นช่องทางหนึ่งที่แบรนด์สินค้า ร้านค้า และพ่อค้าแม่ค้ามืออาชีพ และมือสมัครเล่น ต่างนำมาเป็นช่องทางหลักและช่องทางรองในการสร้างรายได้ ผ่านเพจสินค้า ไลฟ์สด เฟซบุ๊กกรุ๊ป ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาน์ ไอจี หรือแม้แต่การทวิตขายสินค้า ตามกลุ่มเป้าหมาย และความถนัดของแต่ละคน

 

 

ในปีที่ผ่านมามูลค่าการซื้อขายบน ตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซ มูลค่า 62,054 ล้านบาท เป็นรายได้ที่เกิดจากแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กมากถึง 42% ตามมาด้วย ไลน์ 34% ไอจี 19% และทวิตเตอร์ 5% เมื่อเทียบกับจำนวนของประชากรของโซเชียลมีเดียในประเทศไทย ถือว่าช่องทางเฟซบุ๊กเป็นช่องทรงอิทธิพลแห่งการค้าขายที่สุด ข้อมูลที่เรารวบรวมจากเจ้าของแพลตฟอร์มพบว่า ประชากรไทยที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต 52 ล้านราย มีการใช้เฟซบุ๊กมากถึง 45 ล้านบัญชีผู้ใช้ ส่วนไลน์มีจำนวนผู้ใช้ 45 ล้านรายเช่นกัน

 

 

 

 

ลองคิดเล่น ๆ เมื่อนำจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊ก 45 ล้านบัญชีมาหารกับมูลค่าการซื้อขายแต่ละแพลตฟอร์มจะพบว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊ก 26,063 ล้านบาท หรือ 42% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย จะพบว่าผู้ใช้เฟชบุ๊ก 1 บัญชี ซื้อสินค้าผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเฉลี่ย 580 บาท ส่วนไลน์มีจำนวนผู้ใช้ 45 ล้านบัญชี มีมูลค่าการซื้อขายผ่านช่องทาง 21,098 ล้านบาท เท่ากับว่าผู้ใช้ไลน์ 1 บัญชี จะซื้อของผ่านช่องทางนี้เฉลี่ย 469 บาท ในปี 2561

 

แต่ถ้ามองไปที่การนำช่องทางโซเชียลมีเดียมาใช้ในการสร้าง Awareness ให้กับสินค้าและบริการ ที่สามารถตีกลับเป็นยอดจำหน่าย หรือสามารถวัดผลในรูปแบบ ROI (Return on Investment) ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญของนักการตลาดยุคนี้

การสำรวจของ ETDA พบว่าโซเชียลมีเดียที่สามารถทำ ROI สูงที่สุดในกลุ่ม Enterprises สามารถวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้

 

 

  

 

 

ส่วนในกลุ่ม SMEs เป็นกลุ่มที่มีการใช้งบไปกับโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อหวังผลด้านยอดจำหน่ายเช่นกัน อ้างอิงจากการสำรวจของ ETDA พบว่า SMEs มีการใช้งบไปกับ  ไลน์ 32.10% เฟซบุ๊ก 30.27% ไอจี 26.83% กูเกิล แอดเวิดส์ 2.80% อื่นๆ 5% เช่น การใช้ติ๊กต๊อก การจ้างอินฟลูเอนเซอร์ เป็นต้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://marketeeronline.co/archives/185195

 

 

    จากข้อมมูลข้างต้นที่น้องอลีนำมาให้ทุกท่านดู จะเห็นได้ว่าการทำตลาดโซโซเชียลคอมเมิร์ซเป็นตลาดที่สำคัญของธุรกิจในยุคนี้เพราะมีสัดส่วนการตลาดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากการเข้าถึงโซเชี่ยลที่ง่ายและสะดวกขึ้นตามยุคสมัย ดังนั้นน้องอลีหวังว่าทุกท่านจะนำข้อมูลนี้ไปปรับใช้กับธุรกิจของทุกท่านนะคะ